มาตรฐาน ISO 26000 บทที่ 5 (ตอนที่ 28 หัวข้อกำหนด 6.5 สิ่งแวดล้อม
บทที่ 5
การอธิบายความหมาย และรายละเอียดของมาตรฐาน ISO 26000 ฉบับ FDIS (Explanation
of ISO/SR 26000; Final Draft International Standard)
ตอนที่ 28: หัวข้อกำหนด 6.5
- สิ่งแวดล้อม
|
6.5 The environment
|
|
6.5.1 Overview of the environment
|
|
6.5.1.1 Organizations and the environment
|
|
The
decisions and activities of organizations invariably have an impact on the environment, no matter where they
are located. These impacts may be
associated with the organization’s use of resources, the location
of the activities of the organization, the generation of pollution and waste,
and the impacts of the organization’s activities on natural
habitats. To reduce their environmental impacts, organizations
should adopt an integrated approach that takes into consideration the direct
and indirect economic, social,
health and environmental implications of their decisions and activities.
|
|
6.5.1.2 The environment and social responsibility
|
|
Society
is facing many environmental challenges, including the depletion of natural
resources, pollution, climate change, destruction of habitat, loss of
species, the collapse of whole ecosystems and the degradation of
urban and rural human settlements. As the world population grows and
consumption increases, these changes are increasing threats to human security
and the health and well-being of society. There is a need to identify
options to reduce and eliminate unsustainable volumes and patterns of
production and consumption and to ensure that the resource consumption per
person becomes sustainable. Environmental
matters at the local, regional and global level are interconnected.
Addressing them requires a
comprehensive, systematic and collective approach.
|
|
Environmental
responsibility is a precondition for the survival and prosperity of human
beings. It is therefore an important aspect of social responsibility. Environmental matters are closely linked to other social responsibility core subjects and
issues. Environmental education and capacity building is
fundamental in promoting the development of sustainable societies and
lifestyles.
|
|
Relevant
technical tools, such as standards from the ISO 14000 series of standards
[7][8][9][10][11][12] [13][14][15][16][17][18][19][20][21][22][23][24][25][26][27][28][29][30][31][32][33],
can be used as an overall framework to assist an organization in addressing
environmental issues in a systematic manner and should be considered when
evaluating environmental performance, quantifying and reporting greenhouse
gas emissions, life cycle assessment, design for the environment,
environmental labeling and environmental communication.
|
อธิบาย 

6.5 สิ่งแวดล้อม
6.5.1 มุมมองโดยรวมของสิ่งแวดล้อม
6.5.1.1 องค์การ และสิ่งแวดล้อม
เมื่อกล่าวถึงผลของการตัดสินใจ
และการดำเนินกิจกรรมขององค์การที่เกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ นั้น
ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะกระทำขึ้นมา ณ
สถานที่แห่งใดที่องค์การแห่งนั้นตั้งอยู่ก็ตาม
สำหรับรายละเอียดของการเกิดผลกระทบเหล่านี้ อาจมีการแสดงผลร่วมเข้ากับลักษณะในการใช้ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นมาจากแหล่งทรัพยากรประเภทต่างๆ
สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดกิจกรรมต่างๆ ขององค์การ
การปลดปล่อยออกมาสำหรับมลพิษและของเสียประเภทต่างๆ
และล้วนต่างมีนัยสำคัญที่ครอบคลุมรายละเอียดรวมไปถึงในเรื่องการใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ และงานบริการสำหรับองค์การแห่งนั้น
ต่อผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติก็ได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเพื่อต้องการช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทั้งหมด
องค์การจึงควรยอมรับ และอาศัยแนวความคิดในเชิงบูรณาการสำหรับการพิจารณารายละเอียดในขอบเขตที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ทั้งการชี้บ่งบอกถึงระดับนัยสำคัญทางเศรษฐกิจที่เป็นผลทั้งทางตรงและทางอ้อม สังคม
สุขภาพและสิ่งแวดล้อม ที่ปรากฏเป็นผลสืบเนื่องขึ้นมาจากการตัดสินใจ
และการดำเนินกิจกรรมขององค์การแห่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
6.5.1.2 สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม
ในปัจจุบันสภาพสังคมกำลังเผชิญหน้า
หรือประสบกับความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมในลักษณะต่างๆ อยู่มากมายหลายประการ
ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องการขาดแคลนปริมาณทรัพยากรธรรมชาติ การเกิดขึ้นของมลภาวะ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การถูกทำลายสภาพของสถานที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
การสูญเสียจำนวนพันธุ์พืชและสัตว์
การเกิดความล่มสลายขึ้นมาให้เห็นอยู่ในภาพรวมของระบบนิเวศทั้งหมด
และการเสื่อมสลายสภาพที่เกิดขึ้นในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์
ทั้งในระดับเมืองหรือชนบท เป็นต้น ในขณะที่จำนวนประชากรของโลกได้เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
และจากผลการบริโภคของพวกเราก็เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดระยะเวลานั้น
รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงประเด็นสิ่งแวดล้อมต่างๆ เหล่านี้
กำลังปรากฏเป็นภัยที่คุกคามเพิ่มขึ้นต่อความมั่นคงของมนุษย์ สุขภาพอนามัย
และความกินดีอยู่ดีของสังคมขึ้นมาได้โดยตรง เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการระบุ
หรือชี้บ่งถึงแนวทางเลือกประการต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ช่วยลด
หรือค่อนข้างมีส่วนในการกำจัดทำลายให้หมดสิ้นลงไปสำหรับการเกิดขึ้นในปริมาณที่มากในส่วนที่ถือว่า
เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน และยังครอบคลุมรวมไปถึงรูปแบบของการผลิตหรือลักษณะการบริโภคบางประการ
เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า การบริโภคทรัพยากรต่อบุคคล
จะเกิดขึ้นและมีผลดำเนินเป็นไปในลักษณะที่เกิดความยั่งยืนขึ้นมาได้ในที่สุด
รายละเอียดของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ จากระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก
ส่วนใหญ่จึงแสดงความเชื่อมยึดติดต่อถึงกัน และสามารถระบุ/ กำหนดรายละเอียดเหล่านั้นออกมาได้ว่า
ล้วนต้องการได้รับความสนใจ มีความเข้าใจเกิดขึ้นเป็นไปอย่างกว้างขวาง
หรือสามารถกำหนดออกมาเป็นเชิงระบบ
และยังต้องปรากฏเป็นแนวความคิดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในภาพรวมทั้งหมดได้อีกประการหนึ่งร่วมด้วย

ตัวอย่างบริษัท/ องค์การ ได้ผนวกนำรายละเอียดประเด็นสิ่งแวดล้อม
(การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม)
เข้าไปเป็นนโยบายที่สำคัญประการหนึ่งสำหรับองค์การ เพื่อแสดงผลของการปฏิบัติงาน
และการชี้บ่งความรับผิดชอบด้าน SR ออกมาได้โดยตรง
การแสดงผลของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่ใช่เป็นเรื่องของเงื่อนไขประการแรกที่ควรพิจารณานึกถึงก่อนเสมอสำหรับการดำรงความอยู่รอด
และการสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาสำหรับมนุษยชาติได้โดยตรงเท่านั้น แต่ยังแสดงบทบาทที่สำคัญต่อการปรากฏออกมาเป็นลักษณะของความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้นมาได้อีกประการหนึ่งด้วย
รายละเอียดของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่นนี้
จึงมีลักษณะความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดเข้าด้วยกันกับในเรื่องสิทธิมนุษยชน
การเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชนและการพัฒนา และเนื้อหาหลักประการอื่นๆ
ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นประเด็นทางสังคมอยู่แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นรายละเอียดเหล่านี้
จึงสมควรได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสมในด้านของการศึกษา
โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมศึกษานั้น จัดเป็นพื้นฐานของการสนับสนุนต่อการพัฒนาสังคม
ให้สามารถดำเนินงานเป็นไปในลักษณะยั่งยืน และรวมไปถึงการดำเนินวิถีชีวิตของแต่ละรายบุคคลได้อีกด้วย
สำหรับเครื่องมือทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องอยู่โดยตรง
เช่น รายละเอียดเนื้อหาประการต่างๆ
ที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วอยู่ภายในชุดมาตรฐาน ISO 14000 เป็นต้น [7][8][9][10][11][12]
[13][14][15][16] [17][18][19][20][21][22][23][24][25][26][27][28][29][30][31][32][33], ล้วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อการกำหนดออกมาเป็นกรอบสำหรับแนวทางการปฏิบัติในภาพรวม
และยังมีส่วนช่วยเหลือองค์การให้สามารถทำการกำหนดรายละเอียดของประเด็นสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ
ออกมาในลักษณะของการปฏิบัติงานเชิงระบบ และยังอาจนำไปพิจารณาประกอบ
โดยเฉพาะเมื่อต้องการมุ่งหวังผลในเรื่องของการมีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การในขณะนั้นๆ
หรือเมื่อมีการระบุออกมาในเชิงปริมาณที่เหมาะสม
และสามารถทำการรายงานไปถึงระดับการปลดปล่อยออกมาของก๊าซเรือนกระจก
หรือมีส่วนช่วยเหลือในการพิจารณาหรือประเมินถึงเรื่องวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม การกำหนดออกป้ายฉลากสิ่งแวดล้อม
และการสื่อสารทางสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
|
6.5.2 Principles and considerations
|
|
6.5.2.1 Principles
|
|
An organization should respect and
promote the following environmental principles:
- environmental
responsibility: In addition to complying with law and regulations, an
organization should assume responsibility for the environmental impacts
caused by its activities in rural or urban areas and the broader
environment. In recognition of ecological limits, it should act to improve
its own performance, as well as performance of others within its sphere of influence;
- precautionary approach: This
is drawn from the Rio Declaration on Environment and Development [158] and
subsequent declarations and agreements [130][145][172], which advance the
concept that where there are threats of serious or
irreversible damage to the environment or human health, lack of full
scientific certainty should not be used as a reason for postponing
cost-effective measures to prevent environmental degradation or
damage to human health. When considering the cost effectiveness of a measure,
an organization should consider the long-term costs and benefits of that
measure, not only the short-term costs to that organization;
- environmental risk
management: An
organization should implement programs using a risk-based and
sustainability perspective to assess, avoid, reduce and mitigate
environmental risks and impacts from its activities. An organization should
develop and implement awareness- raising activities and emergency
response procedures to reduce and mitigate environmental, health and
safety impacts caused by accidents and to communicate information about environmental incidents to appropriate
authorities; and local communities. and
- polluter pays: An organization should
bear the cost of pollution caused by its activities, according to either
the extent of either the environmental impact on society and the remedial action required, or the degree
to which the pollution exceeds an acceptable level (see Principle
16 of the Rio Declaration [158]). An organization should endeavour to internalize the cost of
pollution and quantify the economic and environmental benefits of preventing pollution in
preference to mitigating its impacts
based on the “polluter pays” principle. An organization may
choose to co-operate with others to develop economic instruments such as
contingency funds to cope with costs of major environmental incidents.
|
|
6.5.2.2 Considerations
|
|
In
its environmental management activities, an organization should assess the
relevance of, and employ as appropriate, the following approaches and techniques:
- life cycle
approach: The
main objectives of a life cycle approach are to reduce the environmental
impacts of products and services as well as to improve their
socio-economic performance throughout their life cycle, that is,
from extraction of raw materials and energy generation, through
production and use, to end-of life disposal or recovery. An organization
should focus on innovations, not only on compliance, and should commit
to continuous improvements in its environmental performance;
- environmental impact
assessment An
organization should assess environmental impacts before starting a new
activity or project and use the results of the assessment as part of the
decision-making process;
- cleaner
production and eco-efficiency: These are strategies for
satisfying human needs by using resources more efficiently and by generating
less pollution and waste. An
important focus is on making improvements at the source rather than at
the end of a process or activity. Cleaner and safer production and
eco-efficiency approaches include: improving maintenance practices, upgrading
or introducing new technologies or processes, reducing materials and energy
use, using renewable energy; rationalizing the use of water; eliminating
or safely managing toxic and hazardous
materials and wastes, and improving product and service design;
- a product-service
system approach: This
can be used to shift the focus of market interactions from selling or
providing products (that is, transfer of ownership through one-time sale
or lease/rental) to selling or providing a system of products and
services that jointly fulfill consumer needs (by a variety of
service and delivery mechanisms). Product-service systems include
product lease, product renting or sharing, product pooling and pay-for-service. Such systems can
reduce material use, decouple revenues from material flows, and
involve stakeholders in promoting extended producer responsibility through the life cycle of the product and
accompanying service;
- use of
environmentally sound technologies and practices: An organization
should seek to adopt, and where appropriate, promote the development and
diffusion of environmentally sound
technologies and services (see Principle 9 of the Rio Declaration [158]).
- sustainable
procurement: In
its purchasing decisions, an organization should take into account the
environmental, social and ethical performance of the product or service being
procured, over their entire life cycle. Where possible, it should give
preference to products or services with minimized impacts, making use of
reliable and effective independently verified labelling schemes or other
verification schemes, such as eco-labelling or
auditing activities; and
- learning and awareness raising An organization should
create awareness and promote appropriate learning to support the
environmental efforts within the organization and its sphere of influence.
|
คำอธิบาย 

6.5.2 หลักการ และข้อควรพิจารณา
6.5.2.1 หลักการ
องค์การควรมีความเคารพ
และสนับสนุนหลักการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม: ในทางปฏิบัติที่เพิ่มเติมนอกเหนืออกไปจากการกระทำเพื่อให้มีผลของสอดคล้องดำเนินเป็นไปตรงกับความต้องการของข้อบัญญัติทางกฎหมาย
และกฎเกณฑ์ค่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้ในระดับชาติเช่นนั้นแล้ว
องค์การจึงควรยอมรับและพิจารณาคำนึงถึงสำหรับการแสดงความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการแบกรับภาระผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมประการต่างๆ
ที่มีสาเหตุสืบเนื่องเกิดขึ้นมาจากการกระทำกิจกรรมขององค์การตนเอง
รวมไปถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และงานบริการขึ้นมาในขอบเขตของพื้นที่ชนบท หรือตัวเมือง
และยังสามารถขยายครอบคลุมอย่างกว้างขวางไปสู่สภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอื่นๆ
ได้อีกด้วย
ในเรื่องของการยอมรับข้อจำกัดทางนิเวศเช่นนั้นทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งช่วยปรับปรุงผลการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ
ขององค์การ และเช่นเดียวกับผลของการปฏิบัติเช่นนั้น
ยังจำเป็นต้องปรากฏอยู่ภายใต้ความสามารถในการควบคุมได้
หรือเมื่อพบอยู่ภายในขอบเขตของบรรยากาศสำหรับปัจจัยต่างๆ
ที่มีอิทธิพลต่อองค์การแห่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
- แนวความคิดว่าด้วยความรอบคอบ
หรือการระมัดระวังไว้ก่อนล่วงหน้า: รายละเอียดเช่นนี้ถูกยกนำมาจากคำประกาศของปฏิญญาริโอ ว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา [158] และยังครอบคลุมไปถึงรายละเอียดในคำประกาศ
และข้อตกลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลก่อให้เกิดความก้าวหน้าติดตามมาเป็นลำดับ [130][145][172] องค์การจึงควรทำการสนับสนุนรายละเอียดของแนวความคิดดังกล่าว
ทั้งนี้เพื่อต้องการสร้างระดับความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นผลที่ดีขึ้นมาได้
โดยเฉพาะในขณะที่องค์การกำลังประสบกับปัญหาอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นข้อขัดข้องอย่างร้ายแรง
หรือเมื่อปรากฏเป็นสภาพของความเสียหาย/ การสูญสิ้นทำลายที่ไม่สามารถกลับฟื้นคืนขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ได้ใหม่สำหรับสิ่งแวดล้อม
หรือสุขภาพอนามัยของมนุษย์
หรือเมื่อเกิดการขาดการยืนยันผลด้วยหลักฐานถึงความแน่ชัดทางวิทยาศาสตร์อยู่ประกอบร่วมด้วย
เพราะฉะนั้นจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการยกและนำรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้
เข้ามาเป็นเหตุผลหลักเพื่อใช้สำหรับการเลื่อนออกไป
ต่อการกำหนดมาตรการบางประการที่เหมาะสมเข้ามาใช้ประโยชน์
โดยทั้งนี้ต้องอาศัยยึดถืออยู่บนหลักการของการแสดงผลที่เป็นความคุ้มค่าด้านต้นทุน
รวมไปถึงเพื่อการกำหนดให้เป็นมาตรการสำหรับการป้องกันความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม
หรือเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นมาต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ได้อีกประการหนึ่งด้วย (พิจารณารายละเอียดที่ระบุไว้ภายในหลักการที่ 15 ของปฏิญญาริโอ ประกอบด้วย) นอกจากนี้เมื่อมีการคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านต้นทุนของมาตรการดังกล่าวที่ถูกกำหนดขึ้นมาแล้วเช่นนั้น
องค์การจึงควรพิจารณาถึงเรื่องต้นทุนและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ยาวนานของมาตรการเช่นนั้น
สามารถดำเนินเป็นไปด้วยผลของความที่คุ้มค่า มากกว่าการตัดสินใจที่ยึดถืออยู่บนพื้นฐานเรื่องต้นทุนที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นสำหรับการปฏิบัติงานขององค์การแห่งนั้นเป็นสำคัญ

กรอบแนวทางการปฏิบัติสำหรับการจัดการ/
ประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์การ โดยมุ่งเน้นที่การระบุ/
ชี้บ่งความเสี่ยงประเภทต่างๆ ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม มีการดำเนินงานภายใต้โครงการ/
สิ่งริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมประเภทต่างๆ เพื่อต้องการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ
- การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม: องค์การควรดำเนินการจัดตั้งรายการ/ แผนงาน/ โครงการที่เหมาะสมบางประเภทขึ้นมา
โดยอาศัยกรอบแนวความคิด/
มุมมองที่ยึดถืออยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงและความยั่งยืนเป็นหลัก
ทั้งนี้เพื่อต้องการทำการประเมิน การหลีกเลี่ยง
การช่วยลดหรือการบรรเทาสภาพระดับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบประการต่างๆ
ให้ลดต่ำลงมาจากผลที่สืบเนื่อง ซึ่งเกิดขึ้นจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ
รวมไปถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ และงานบริการขึ้นมาภายในองค์การแห่งนั้นได้ตามลำดับ
นอกจากนี้องค์การควรมีการพัฒนา
และดำเนินการจัดตั้งกิจกรรมที่สามารถเสริมสร้างความตระหนัก
และวิธีการปฏิบัติบางประการสำหรับการช่วยตอบสนองต่อแผนฉุกเฉินทั้งหลาย
ที่มีแนวโน้มอาจเกิดขึ้นมาให้เห็นได้ ทั้งนี้เพื่อต้องการช่วยลดระดับหรือการบรรเทาสภาพภาระทั้งหลายที่ต้องแบกรับไว้ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม
สุขภาพอนามัยส่วนตน หรือผลกระทบด้านความปลอดภัย
ที่มีสาเหตุเกิดขึ้นมาจากการประสบอุบัติเหตุ และรวมไปถึงต้องมีการสื่อสารรายละเอียดข้อมูลสารสนเทศสำหรับอุบัติการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเหล่านั้น
ไปให้กับหน่วยงานภาครัฐ ที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการอยู่โดยตรง และ/
หรือชุมชนในระดับท้องถิ่นได้รับทราบผลของการปฏิบัติงานที่ดำเนินเป็นไปอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
- ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย: องค์การควรดำเนินการสำหรับการแบกรับต้นทุนมลพิษทั้งหลาย
ซึ่งเกิดขึ้นมาจากผลของการปฏิบัติกิจกรรม การสร้างผลิตภัณฑ์ หรืองานบริการของตนเอง
โดยต้องมีความสอดคล้องเข้ากับปริมาณหรือจำนวนหนึ่งๆ
ที่องค์การสามารถทำการแบกรับต้นทุนหรือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเหล่านั้นไว้ได้
หรือเพื่อต้องการจ่ายกลับคืนมาให้กับสังคม และครอบคลุมรวมไปถึงการกำหนดมาตรการ/ วิธีการปฏิบัติเพิ่มเติมบางประการที่จำเป็นสำหรับช่วยกระบวนการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมขึ้นมาโดยตรง
หรือเมื่อปรากฏให้เห็นเป็นผลออกมาเป็นสิ่งที่ยอมรับอยู่ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่การเกิดมลภาวะเช่นนั้น
พบอยู่ในปริมาณที่สูงมากกว่าระดับที่ยอมรับกันได้โดยทั่วไป (พิจารณารายละเอียดของหลักการที่ 16 ซึ่งถูกระบุไว้ภายในปฏิญญาริโอ [158] ประกอบด้วย) ดังนั้นองค์การจึงควรใช้ประโยชน์จากหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายเช่นนี้
สำหรับการช่วยควบคุมการดำเนินงานประเภทต่างๆ ขึ้นมาภายในองค์การแห่งนั้น
โดยทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม
และการกำหนดปริมาณผลประโยชน์ที่ควรได้รับด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต่อการป้องกันมลพิษ
และยังเป็นจุดมุ่งเน้นที่กระทำเพิ่มเติมขึ้นมามากกว่าการระงับยับยั้งต่อผลกระทบเหล่านั้นแต่เพียงประการเดียว นอกจากนี้องค์การทั้งหลาย
ยังควรกำหนดเลือกแนวทางที่เหมาะสมในการแสดงผลของความร่วมมือกันเข้ากับองค์การภายนอกอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อต้องการพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐกิจประเภทต่างๆ
ขึ้นมารองรับอยู่ร่วมด้วย ยกตัวอย่าง เช่น
การกำหนดเงินทุนที่สอดคล้องเป็นไปตรงตามสภาพเหตุการณ์ หรือกรณีที่เกิดขึ้นตามลำดับ
โดยเฉพาะเพื่อดำเนินการแก้ไข หรือสามารถจัดการกับรายละเอียดของต้นทุนประการต่างๆ
ที่ปรากฏเป็นผลสืบเนื่องหลักมาจากการเกิดสภาพอุบัติการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ
เป็นสำคัญ
6.5.2.2 ข้อควรพิจารณา
ในการปฏิบัติกิจกรรมของการจัดการสิ่งแวดล้อมนั้น
องค์การควรมีการประเมินในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
และเป็นข้อที่ควรพิจารณายึดถือตามหลักการของแนวความคิด
และรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญร่วมด้วย ดังนี้

- แนวความคิดในเรื่องการจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์: วัตถุประสงค์หลักของแนวความคิดดังกล่าว
ก็เพื่อต้องการช่วยลดผลกระทบประการต่างๆ
ที่สืบเนื่องเกิดขึ้นมาจากการสร้างผลิตภัณฑ์ และงานบริการขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเช่นเดียวกันทั้งนี้ก็เพื่อต้องการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งหลายที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งวงจรชีวิต
ซึ่งเริ่มต้นขึ้นมาจากการสกัดวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานต่างๆ
การผ่านเข้าไปสู่กระบวนการผลิต การใช้ประโยชน์จากตัวผลิตภัณฑ์เหล่านั้นโดยตรง
และนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายของวงจรชีวิตในการกำจัดทำลาย
หรือการนำของเสียเหล่านั้นกลับคืนมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ดังนั้นองค์การจึงควรมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมารองรับ
ไม่ใช่คำนึงถึงแต่เพียงการปฏิบัติงานเพื่อให้มีผลของความสอดคล้องเกิดขึ้นเท่านั้น
แต่ยังควรเป็นเรื่องของการกระทำที่มุ่งมั่นต่อการปรับปรุงผลขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
และครอบคลุมไปถึงผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมอีกประการหนึ่งร่วมด้วย
- การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม: องค์การควรมีการดำเนินการประเมินในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเริ่มต้นกระทำกิจกรรม
หรือโครงงานประเภทใดๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาตามลำดับ
และยังควรใช้ประโยชน์จากผลลัพธ์ที่ได้จาดการประเมินผลกระทบดังกล่าว
นำเข้ามาใช้เป็นประโยชน์ที่เหมาะสมส่วนหนึ่งสำหรับกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับองค์การแห่งนั้นอยู่โดยตรง

- กระบวนการผลิตที่สะอาด
และการมีประสิทธิภาพของระบบนิเวศ: รายละเอียดแนวความคิดและหลักการดังกล่าว
จัดเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการตอบสนองต่อความพึงพอใจ หรือความต้องการของมนุษย์
โดยมุ่งเน้นอาศัยการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรประเภทต่างๆ
ในลักษณะที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นมามากที่สุด
และในขณะเดียวกันกลับช่วยส่งผลต่อการเกิดมลภาวะ
หรือปริมาณของเสียขึ้นมาในระดับที่ต่ำอีกร่วมด้วย
สำหรับการมุ่งเน้นรายละเอียดประการสำคัญก็คือ
การกระตุ้นเพื่อก่อให้เกิดผลของการปรับปรุงขึ้นมาตรงที่จุดหรือแหล่งกำเนิด
มากกว่าการแก้ไขที่ปลายเหตุของกระบวนการผลิตหรือการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ อยู่โดยตรง
ดังนั้นแนวความคิดหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมาต่อระบบนิเวศเช่นนี้
จึงครอบคลุมรายละเอียดในเรื่องของการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติเพื่อการบำรุงรักษา
การยกระดับหรือการนำเข้ามาใหม่ในส่วนของเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิต
การลดสภาพการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบและพลังงาน
การใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่สามารถนำมาใช้กลับคืนได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
การใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรน้ำที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างเหมาะสม
การกำจัดทำลายให้หมดสิ้นสภาพไป หรือการจัดการด้านความปลอดภัยต่อสารพิษ
วัตถุอันตรายหรือของเสียประเภทต่างๆ รวมไปถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์
หรือการออกแบบกระบวนการบริการให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นตามลำดับ เป็นต้น
- แนวความคิดของระบบผลิตภัณฑ์-งานบริการ: รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงจากปฏิสัมพันธ์ด้านการคลาด
การขายหรือทำการจัดหาผลิตภัณฑ์
(ซึ่งมุ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายจากสภาพความเป็นเจ้าของที่สืบเนื่องมาจากการขายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง
หรือเป็นผลมาจากการเช่าซื้อ และการยืม เป็นต้น) แต่เพียงประการเดียว
ไปสู่การขายหรือการจัดหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบของผลิตภัณฑ์และงานบริการต่างๆ
ซึ่งสามารถเชื่อมโยงติดต่อเข้าด้วยกัน
และนำไปสู่การตอบสนองได้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า
(โดยอาศัยช่องทางที่หลากหลายของการบริการ หรือกลไกการส่งมอบประการต่างๆ)
อย่างได้ผลที่ดีขึ้นมาเป็นประการสุดท้าย เพราะฉะนั้นระบบของผลิตภัณฑ์-งานบริการเช่นนี้
จึงครอบคลุมรายละเอียดลงไปตั้งแต่ในเรื่องของการเช่าซื้อผลิตภัณฑ์
การยืมคืนหรือการใช้ประโยชน์ร่วมกันสำหรับผลิตภัณฑ์ และการจ่ายเพื่อใช้ประโยชน์จากงานบริการในแต่ละครั้ง
เป็นต้น ระบบของการดำเนินงานดังกล่าว
จึงสามารถช่วยลดการใช้จำนวนวัตถุดิบให้ต่ำลงมาได้
ในขณะเดียวกันมีการเพิ่มพูนระดับรายได้จากการหมุนเวียนของวัตถุดิบเกิดขึ้นเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง
และยังครอบคลุมไปถึงการแสดงบทบาทของกลุ่ม Stakeholders ทั้งหลาย ต่อการช่วยส่งเสริม
หรือกระตุ้นทำการสนับสนุนให้อยู่สูงเกินไปมากกว่าขอบเขตของการแสดงความรับผิดชอบสำหรับผู้ผลิตแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น
โดยทั้งนี้จะอาศัยผ่านการปฏิบัติงานตามวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
หรือการสร้างงานบริการขึ้นมาโดยตรงสำหรับองค์การแต่ละแห่งอีกร่วมด้วย
- การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
และวิธีการปฏิบัติต่างๆ ที่มุ่งเน้นเพื่อสิ่งแวดล้อม: องค์การควรทำการเสาะแสวง/ ค้นหา เพื่อการยอมรับ
และในทางปฏิบัติที่เหมาะสมเช่นนั้นก็คือ ต้องมีการส่งเสริม
หรือช่วยสนับสนุนต่อการพัฒนา
และก่อให้เกิดการแพร่ขยายตัวขึ้นมาสำหรับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
และงานบริการต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง
ซึ่งมีการมุ่งเน้นผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ (พิจารณารายละเอียดของหลักการที่ 9 ซึ่งถูกระบุอยู่ไว้ภายในปฏิญญาริโอ [158] ประกอบด้วย)
- การจัดซื้อ/ การจัดหาเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม: ในสภาพที่มีการตัดสินใจแต่ละครั้ง
เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดซื้อเกิดขึ้นมานั้น
องค์การสมควรต้องนำรายละเอียดเรื่องผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม
สังคมและทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ หรืองานบริการ
ที่ต้องดำเนินการจัดซื้อ/ จัดหาเข้ามาครั้งนั้น โดยต้องกำหนดให้มีการปฏิบัติงานที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้อง และครอบคลุมรายละเอียดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในทางปฏิบัติที่เหมาะสมและเป็นไปได้
องค์การยังควรทำการจัดลำดับความสำคัญของผลิตภัณฑ์หรืองานบริการต่างๆ
โดยก่อให้เกิดผลกระทบขึ้นมาได้ในระดับต่ำสุด รวมถึงมีการใช้ประโยชน์ที่เต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือ
หรือก่อให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นมาส่วนตนอย่างเป็นอิสระ โดยอาศัยการแสดงความชัดเจน
และต้องยึดถืออยู่บนพื้นฐานของการมีเกณฑ์การติดฉลากกำกับด้านระบบนิเวศไว้
หรือสามารถทำการทวนสอบได้อย่างถูกต้องบางประการ เช่น
การดำเนินกิจกรรมการตรวจติดตามที่เหมาะสมขึ้นมา ไว้อีกร่วมด้วยเสมอ
- การยกระดับการเรียนรู้และการสร้างความตระหนัก: องค์การควรมีการดำเนินการเพื่อสร้างสรรค์ความตระหนัก
และสนับสนุนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นเป็นไปได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้เพื่อช่วยสนับสนุนความพยายามทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นภายในองค์การ
และยังครอบคลุมไปถึงขอบเขตของบรรยากาศที่ปรากฏเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลประจำองค์การแห่งนั้นอยู่ร่วมด้วย
XXXXXXXX
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น